วันอังคารที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2560

ว่าด้วย Size การเทรด

ว่าด้วย Size การเทรด


สิ่งที่สำคัญอย่างมากอีกอย่างหนึ่งในการเทรด Forex คือ Size … เทรดเดอร์หลายคนมักละเลิก และไม่ค่อยให้ความสำคัญกับสิ่งนี้ แต่เชื่อไหมว่าสิ่งนี้จะเป็นตัวกำหนดให้เทรดเดอร์อยู่รอดในตลาดหรือไม่ มากกว่าวิธีการเทรดที่เทรดเดอร์หลายคนมัวแต่ไปมกอยู่กับมัน

สมมติเรามีพอร์ตมูลค่า 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ และถ้าเราเทรดด้วยจำนวน 10 lots พอร์ต Mini เชื่อไหมว่าไม่ถึงเดือนเดี๋ยวพอร์ตเราก็แตก ไม่ว่าเราจะใช้วิธีการเทรดอะไรก็ตาม

นี่เป็นหนึ่งข้อผิดพลาดที่เทรดเดอร์หลายคนเข้ามาเทรดโดยกำหนด Size การเทรดแบบผิดๆ


การกำหนด Size การเทรด หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Position size เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

ถ้าเทรดเดอร์มือใหม่ ส่วนมากมักถูกแนะนำให้กำหนดความเสี่ยงอยู่ที่ไม่เกิน 1-2% ของมูลค่าพอร์ต หมายความว่า ถ้าพอร์ต 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ กำหนด Position size = 1% คือเราสามารถเปิดความเสี่ยงได้ไม่เกิน 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 1 การเทรด

ตัวอย่างเช่น ถ้าเทรดบนบัญชี Mini-account (10k lots) ด้วย Margin ที่ 200:1 เราจะเปิดจำนวน lots สูงสุดได้แค่ 2 lots

เทรดเดอร์มือใหม่ส่วนมากพยายามที่จะเพิ่มขนาด Position size อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเทรดชนะ (มือขึ้น) หรือเทรดแพ้ (หวังเอาคืนเร็วๆ) หวังที่จะทำให้พอร์ตโตไวๆ ซึ่งความคิดนี้ถือ “ความที่ผิดอย่างมาก”


การเพิ่ม Size เป็นเหมือนดาบ 2 คม มันสามารถสร้างกำไรได้อย่างมหาสาร แต่อย่าลืมว่ามันก็สามารถสร้างการขาดทุนได้อย่างมหาสารได้เช่นกัน

แต่อย่าลืมว่าถ้าพอร์ตเราแตกเราจะไม่มีทางเทรดต่อได้ ดังนั้นควรคำนึงถึงความเสี่ยงในด้าน “ลบ” ก่อนเป็นอันดับแรก สิ่งสำคัญของเทรดเดอร์คือต้องปกป้องพอร์ตของตัวเอง

เมื่อแพ้ติดต่อกัน ห้ามเด็ดขาดที่จะเพิ่ม Size การเทรด เพื่อหวังเอาทุนคืนเร็วๆ สิ่งนี้ยิ่งจะทำให้การเทรดนั้นแย่ลง ทั้งนำอารมณ์เข้ามาเทรด และจะทำให้โอกาสที่พอร์ตจะแตกเพิ่มมากขึ้น

“จงเรียนรู้ที่จะลด Size การเทรด ดีกว่าไป เพิ่ม Size การเทรด เมื่อตอนเทรดไม่ดี”

ทีมงาน : forexinvestingthai.com

มากกว่าการเทรด Forex

มากกว่าการเทรด Forex

เทรดเดอร์ที่สามารถสร้างกำไรจาก Forex ได้อย่างต่อเนื่องนั้น ไม่เพียงแต่จะมีสกิลในการเทรดที่ดีแล้วนั้น ยังมีสกิลการใช้ชีวิตที่ดีอีกเช่นกัน เพราะการที่จะเทรดดีได้ ต้องอาศัยวินัยการใช้ชีวิตที่ดี เทรดเดอร์มืออาชีพหลายคนค้นพบว่า สิ่งที่ได้จากการเทรด Forex มีอีกมากมาย ไม่ใช่เฉพาะ “เงิน” อย่างเดียว  ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีมูลค่าเช่นกัน

- วินัย
การเทรดที่ดีต้องอาศัยวินัยในการทำตามแผนการเทรดสม่ำเสมอและอย่างต่อเนื่อง เพราะถ้าหากพลาดเพียงบางครั้งนั้นอาจนำไปสู่หายนะได้ ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้เทรดเดอร์เป็นคนวางแผนชีวิตได้ดี มีวินัยในการใช้ชีวิต ใช้เวลากับสิ่งแต่ๆอย่างมีประสิทธิภาพ

- เข้าใจความเสี่ยง
คนทั่วไปมักมองแต่ผลตอบแทน แต่เทรดเดอร์ควรมองความเสี่ยงเป็นหลัก สิ่งนี้ทำให้เทรดเดอร์ไม่ตกเป็นเหยื่อของการตลาดได้ง่าย เทรดเดอร์ส่วนใหญ่มักไม่เล่นหวย หรือการพนัน เพราะรู้ว่าโดนเจ้าเอาเปรียบอย่างมาก จนในระยะยาวเล่นนั้นเราแทบไม่มีทางชนะเกมส์นี้ ต่างกับ Poker ที่เป็นการต่อสู้กับผู้เล่นกันเอง อันนี้เทรดเดอร์นิยมเล่น อีกทั้งการใช้ชีวิตประวันต่างๆ เช่น เทรดเดอร์มักหาสินค้าในราคาถูกได้ดีกว่าคนทั่วไป เพราะเทรดเดอร์มักมีนิสัยหาจุดซื้อที่ดีที่เหมาะสมที่สุด เป็นต้น

- ควบคุมอารมณ์
เวลาโกรธ คนที่เป็นเทรดเดอร์จะควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ดี กว่าคนทั่วไป เนื่องจากในโลกการเทรดนั้น ถ้าเทรดเดอร์นำอารมณ์เข้ามาเทรด อาจทำให้พอร์ตแตกได้ในไม่ช้า ดังนั้นเทรดเดอร์มืออาชีพจะมีสกิลในการควบคุมอารมณ์ได้ดี สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้เช่นกัน ชีวิตเราต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนอีกหลายๆอย่าง การที่เรามีสติอยู่ตลอดเวลาจะช่วยให้การดำเนินชีวิตของเราเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ


ทีมงาน : forexinvestingthai.com

เทรด Inside Bar

เทรด Inside Bar
            หนึ่งใน Set up การเทรดโดยใช้ Price action ที่เป็นที่นิยมของเหล่าเทรดเดอร์สายนี้ เนื่องด้วยโอกาสการชนะที่สูง สร้าง Risk reward ratio ที่ดี มีช่วง Stop loss ที่สั้นกว่า Set up อื่น ๆ และยิ่งถ้าใช้ประกอบกับสัญญาณอื่นๆ อย่างแนวโน้มของตลาด และแนวรับแนวต้าน ก็จะยิ่งทวีความสามารถของมันได้อย่างดียิ่ง

หน้าตาของ Inside Bar

            Inside Bar คือแท่งเทียนที่ลงเล็กลงกว่าแท่งก่อนหน้า (หรือที่เรียกว่า Mother Bar) และถูกปกคลุมส่วนของแท่งเทียนทั้งหมด
            โดยแท่งที่เป็น Inside Bar นั้นต้องมี Low ที่สูงกว่า และ High ต่ำกว่า แท่งเทียนที่เป็น Mother bar

การเทรด Inside Bar โดยทั่วไป
            จะเป็นการเทรดลักษณะ Breakout คือจะเข้าเทรดก็ต่อเมื่อ แท่งเทียนเกิดรูปแบบ Inside Bar และแท่งเทียนถัดจาก Inside bar นั้นเกิดการ Breakout ในทางใดทางหนึ่ง โดยใช้ High หรือ Low ของแท่ง Mother Bar เป็นจังหวะ Long หรือ Short
            - Long ตาม เมื่อ ราคาทะลุ High ของ Mother ขึ้น (ใช้คำสั่ง Buy stop order)
            - Short ตาม เมื่อ ราคาทะลุ Low ของ Mother ลง (ใช้คำสั่ง Sell stop order)


ความหมายของ Inside bar
            Inside bar เหมือนเป็นสัญญาณว่าราคากำลังอยู่ในช่วงที่ตัดสินใจไม่ได้ว่าจะไปในทางไหน แกว่งตัวแคบๆ รอการเลือกทาง

Inside bar Set up
            โดยทั่วไปการเทรด Inside bar มีอยู่ 2 แบบ คือ
  1. Continuation
  2. Reversal

Continuation – เทรดตามแนวโน้ม


            จากกราฟข้างต้นจะเห็นได้ว่าแท่งเทียนฟอร์ตัวรูปแบบ Inside bar แล้วเกิดการไปต่อของราคา ตามแนวโน้ม ... มีแค่ช่วงขวาสุดขวากราฟที่เป็นการกลับตัวของราคา เนื่องจากเป็นราคาอ่อนตัวลงมาทดสอบแนวรับ Low เดิม ซึ่งเป็นลักษณะการเทรด Reversal ที่จะกล่าวในส่วนถัดไป

Reversal – หาจุดกลับตัว


            กราฟข้างต้นเป็นตัวอย่างการใช้ Inside bar ในการหาจุดกลับตัว โดยใช้ควบคู่กับแนวรับแนวต้าน โดยราคาเกิด Inside Bar พร้อมกับเป็นจังหวะเดียวกับที่ชนแนวต้านสำคัญ ทำให้เกิดการกลับตัวของราคาในที่สุด
            ซึ่งเทรดเดอร์สามารถนำ Set up นี้ไปประยุกต์ใช้การรูปแบบการเทรดต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิในการเทรดให้สูงที่สุด รับรองว่ารูปแบบนี้จะเป็นประโยชน์กับเทรดเดอร์อย่างยิ่ง

ทีมงาน : forexinvestingthai.com

วันศุกร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2560

เทคนิคการฝึกวินัยสำหรับเทรดเดอร์

เทคนิคการฝึกวินัยสำหรับเทรดเดอร์


เทรดเดอร์หลายคนตอนเริ่มต้น มีไฟแรงมาก มีความมุ่งมั่น ขยันหาความรู้ ขยันดูกราฟ แต่พอเทรดไปสักพักไม่กำไร ขาดทุน ติดดอย ท้อ ขี้เกียจดูกราฟ เริ่มไม่มีเวลา หมดไฟ แล้วก็หายๆกันไป

ทำไมวินัยฝึกยาก? นั่นเพราะถึงแม้ว่าวินัยจะเป็นการควบคุมพฤติกรรม แต่เอาเข้าจริงๆมันเป็นเรื่องของใจล้วนๆ ดังนั้นถ้าใครเป็นคนที่ชอบตามใจตัวเอง ผมบอกเลย ฝึกลำบากแน่ๆ

โดยธรรมชาติของมนุษย์แล้วชอบความสบาย ไม่ชอบโดนบังคับ ชอบอะไรที่มันง่ายๆ และที่สำคัญคือชอบทำอะไรหวังผล

หัวใจของการฝึกก็คือ 
”ต้องหาวิธีที่เมื่อทำตามวินัยแล้วเราจะมีความสุข” แนวทางง่ายๆที่จะแนะนำมีดังนี้

 


1.มีเป้าหมาย+แรงจูงใจ: เกิดมาชีวิตนึง เราอยากมีอะไร อยากเป็นอะไร อยากทำอะไร เขียนมาให้ชัดๆ ระบุเวลาไว้เลยภายในกี่วัน กี่เดือน กี่ปี สิ่งที่อยากทำควรมีตัวเลขชัด เช่น อยากลดน้ำหนัก5โล ภายใน1เดือน หรืออยากทำกำไร1ล้าน ภายใน3ปี เป็นต้น พอมีเป้าหมาย แรงจูงใจจะเกิด ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนให้เราทำตามวินัย หลังจากมีเป้าหมายก็มาวางแผนต่อว่ามีต้องทำอะไรบ้าง

2.เริ่มทันที: บอกเลยว่าข้อนี้หินมาก คือการเริ่มนี่แหล่ะ แต่คนเราขอให้ได้ผลัดวันประกันพรุ่ง จะเริ่มเช้า>>ขอเป็นบ่ายละกัน>>ตอนเย็นดีกว่า>>พรุ่งนี้เริ่มชัวร์ๆ>>สรุปไม่ได้เริ่ม-*-

3.หารางวัลมาล่อ: อันนี้ถ้าพูดแบบน่าเกลียดหน่อยคือเหมือนการฝึกanimalเลยครับคอนเซปต์เดียวกัน ให้หารางวัลเป็นของที่เราอยากได้มาก หรืออยากทำ อยากกินก็แล้วแต่ หากเราทำตามกฏได้ก็ให้รางวัลตัวเอง แต่หากทำผิดกฏก็มีบทลงโทษเช่นวิดพื้น ไปวิ่ง ห้ามเล่นเฟซ เป็นต้น ซึ่งบทลงโทษควรเลือกที่มีประโยชน์ต่อตัวเราด้วยนะ

4.หาคนมาคุม: บางคนมีนิสัยชอบตามใจตัวเอง บังคับใจตัวเองไม่ค่อยได้ ถ้าแบบนี้ต้องเจอการฝึกแบบทหารครับ ไปหาแคมป์เพื่อเข้าฝึก หรือไม่ก็ต้องหาโค้ช ครูฝึกหรือใครก็ได้มาช่วยควบคุมพฤติกรรม สามารถให้รางวัลหรือลงโทษเราได้ 

 


5.อย่ามองกำไรขาดทุนเป็นหลัก: นี่เป็นสาเหตุสำคัญเลย(ย้ำ)เทรดเดอร์มักจะเสียวินัยการคัดลอสเพราะบางทีคัดลอสแล้วตลาดมันเด้ง สมองจะจดจำว่ากรูไม่น่าคัดเลย ตอนtake profitก็เช่นเดียวกัน ถ้าขายแล้วราคาไปต่อเราจะคิดว่าไม่น่ารีบขายเลย
พอเจอเหตุการณ์แบบนี้บ่อยเข้าวินัยจะเริ่มเสีย mindsetเปลี่ยน แต่ความจริงถ้าเราทำตามวินัยแล้วถึงแม้ผลจะออกมาไม่ดี เราก็ควรจะชื่นชมตัวเองที่เราทำตามวินัยได้ เพราะประเด็นสำคัญเราต้องมองระยะยาวเป็นหลัก ถ้าคิดว่านิดๆหน่อยๆไม่เป็นไร วันหน้าจะประสบความสำเร็จยากครับ

6.เริ่มฝึกจากง่ายๆก่อน: คืออย่าเพิ่งไปหักดิบ สมมติอยากนั่งสมาธิให้ได้วันละ30นาที ก็ค่อยๆเริ่มจาก 5-10-15นาที ค่อยๆขยับเพิ่ม หรือปกติตื่น8โมง อยากให้ตื่น6โมง ก็เริ่มจากตื่นไวขึ้นทีละ 15นาที ไม่งั้นถ้าใจเรารู้สึกว่ามันยากเกิน มันฝืนไป แบบนี้ทำไปสองวันก็เลิก

7.ฝืนใจทำให้ครบ21วัน: อันนี้เค้าทำวิจัยกันมาแล้ว ประมาณว่าถ้าทำอะไรซ้ำๆเป็นเวลา21วันติดต่อกันเนี่ย มันจะติดเป็นนิสัย ไม่เชื่อก็ลองดูได้

 


เรื่องวินัยมีผลต่อการดำรงชีวิตในหลายๆด้าน ถ้าลองสังเกตุดูจะเห็นว่าหลายคนที่ประสบความสำเร็จนั้นมีวินัยสูงกันจริงๆ ก็ขอให้เป็นกำลังใจให้คนที่มีความพยายามนะครับ สู้ๆครับ


ทีมงาน : forexinvestingthai.com

ทำไมต้อง Forex

ทำไมต้อง Forex

            เป็นตลาดแลกเปลี่ยนซื้อขายเงินตราต่างประเทศที่ขนาดราวกับมหาสมุทรเลยก็ว่าได้ มูลค่าการซื้อขายกว่าเฉลี่ยกว่า 4 ล้านๆ ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน (ย้ำนะครับ ต่อวัน) ซึ่งมากกว่าตลาดพันธบัตร ตลาดหุ้น และอื่นๆ จำนวนผู้เล่นที่มากที่สุด มูลค่าที่มากที่สุด สิ่งเหล่านี้เป็นตัวการันตีว่า Forex นั้นเป็นตลาดที่น่าเทรดมากที่สุดเช่นเดียวกัน

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมจะเทรดต้องเป็น Forex
  1. ตลาดเปิดให้ซื้อขาย 24 ชั่วโมง ตลอด 5 วันทำการ หยุดเพียงเสาร์อาทิตย์
  2. มีสกุลเงินให้เลือกเทรดได้หลากหลาย
  3. สามารถทำได้ทั้ง Long และ Short
  4. ค่าธรรมเนียมในการซื้อขายต่ำ
  5. โปรแกรมการเทรดหลากหลาย และสะดวกสบายอย่างมาก
  6. สภาพคล่องสูงมาก
  7. สามารถเข้าถึงได้ง่าย
  8. ไม่จำกัดเรื่องเงินลงทุนขั้นต่ำ
  9. มี Leverage
  10. มีพอร์ต Demo ให้ฝึกทักษะ
  11. ไม่มีเจ้ามือ

            ยังมีเหตุผลต่างๆอีกมากมาย ที่ทำไมถึงต้อง Forex … แต่อยากจะฝากให้เทรดเดอร์ที่สนใจมาเทรดในตลาดแห่งนี้ว่า อย่าเข้ามาด้วยความโลภ มีหลายคนที่นำเงินมาสูญเสียให้กับตลาดแห่งนี้มากมาย เพราะเขาเหล่านี้รีบร้อน อยากรวยเร็วๆ ซึ่งต้องระวังนะครับ ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆหรอกครับ การที่จะเข้ามาสร้างกำไรจากตลาดแห่งนี้อย่างต่อเนื่อง ต้องอาศัยการศึกษาอย่างมาก การฝึกฝนอย่างนัก และวินัยที่ทำ 2 สิ่งนี้อย่างต่อเนื่อง ฝากไว้นะครับ


ทีมงาน : forexinvestingthai.com

Trading Mentor

Trading Mentor

            เทรดเดอร์ส่วนมากที่ประสบความสำเร็จก็มาจากการมี Mentor ในการควบคุมดูแลที่ดี ให้ความรู้ และให้คำปรึกษาในการเทรดที่เหมาะสม จนนำพารู้ไปสู่ความสำเร็จ และมีหลายคนที่เจอ Mentor ที่แย่ หรือ Mentor จอมปลอมที่โม้เป็นอย่างเดียว แต่เทรดไม่เป็น ก็จะทำให้เราไปไม่ถึงฝั่งฝันที่ตั้งใจ ดังนั้นเทรดเดอร์ที่จะหา Mentor นั้นควรจะพิจารณาว่าเขาเหล่านั้น “ของจริง” หรือเปล่า และยิ่งสังคมปัจจุบันที่สามารถเข้าถึงสิ่งเหล่านี้ได้ง่าย ทั้งใน Facebook, Twister หรือตามเว็บบอร์ดต่างๆ มีกูรูหลายท่านที่ให้เทรดเดอร์เลือกติดตาม … เรามีวิธีการกรองกูรูเหล่านั้นโดย

  1. เชื่อถือได้
            ง่ายๆเลยคือ คนที่เทรดประสบความสำเร็จนั้น ไม่ใช่เขาเหล่านั้นโชว์รถ โชว์บ้าน โชว์เงิน … เทรดเดอร์จริงๆ ควรโชว์ Track record ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นตัวการันตีว่าเงินที่ได้นั้นมาจากการเทรดจริงๆ และ Track record ที่ว่านี้ก็ควรมีระยะเวลาอย่างน้อยสัก 3 ปีเพื่อยืนยันว่าไม่ได้ฟลุ๊ค

  1. สร้างแรงบันดาลใจ
            อาชีพการเทรดก็ไม่ต่างอะไรกับอาชีพอื่นที่ต้องอาศัยความตั้งใจ ความพยายามอย่างหนัก เพื่อที่จะไปถึงจุดที่เรียกกันว่าประสบความสำเร็จ การที่จะไปถึงตรงนั้นลำพังจะอาศัยแรงกายอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ ต้องมีแรงใจที่จะคอยนำพาเราไป และ Mentor ที่ดีก็ควรสร้างแรงบันดาลใจให้กับเราได้ เพื่อที่จะมีแรงใจในการไปต่อ

  1. ซื่อสัตย์
            ถ้ามี Mentor คนไหนบอกว่า ถ้าคุณมาเทรด Forex คุณจะประสบความสำเร็จ 100% หรือมาบอกคุณว่าการเทรด Forex มันง่ายมาก … ให้ระวังคำพูดเหล่านี้ไว้เลย เพราะไม่มีอะไร 100% และไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ โดยเฉพาะในโลก Forex

  1. สร้างให้เดินได้ด้วยตัวเอง
            ท้ายสุดแล้วเราต้องมีไอเดียมีสไตล์การเทรดเป็นของตัวเอง ต่อให้เราสนิทกับ Mentor ของเราแค่ไหน เราสามารถปรึกษากับเขาได้ทุกเมื่อ แต่สุดท้ายแล้วเทรดเดอร์ทุกคนควรจะเทรดได้ด้วยตัวเอง สุดท้ายวันนึงเขาจากเราไป ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม … Mentor ที่ดีควรจะสอนให้เทรดเดอร์ว่ายน้ำเป็น ไม่ใช่คอยป้อนน้ำป้อนข้าวให้เราตลอดเวลา

            โดยการมี Mentor นั้นก็เป็นแค่ส่วนนึงในการเรียนรู้การเทรด ยังมีสิ่งต่างๆอีกมากมายที่เทรดเดอร์สามารถพัฒนาความรู้ได้ ทั้งการอ่านหนังสือ, อบรม, และประสบการณ์จากตลาด ที่จะเป็นตัวพัฒนาทักษะในการเทรดให้เราดียิ่งขึ้น ซึ่งสุดท้ายแล้วก็ขึ้นอยู่กับตัวเรานั้นว่าเราตั้งใจมันมากพอหรือเปล่า


ทีมงาน : forexinvestingthai.com

The Forex Majors

The Forex Majors  


          คู่สกุลที่มีเลือกให้เทรดหลากหลายในตลาด Forex ทำให้มือใหม่หลายคนอาจจะงงๆ ว่าเราควรเทรดสกุลไหนดี ในบทความนี้จึงอยากนำเสนอสกุลเงินหลัก ให้เทรดเดอร์ตั้งเป็น Watch list ไว้ เผื่อวันไหนไม่รู้จะเทรดอะไร ก็ให้มาเทรดคู่สกุลเงินหลักเหล่านี้


            ทำไมถึงคู่สกุลเงินเหล่านี้เป็นคู่สกุลเงินหลัก ก็เพราะว่า เป็นสกุลเงินหลักที่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่เทรดกัน มีการเคลื่อนไหวจากแรงซื้อขายอยู่ตลอดเวลา สามารถสร้างจังหวะในการเทรดให้กับเราได้

โดยสกุลเงินหลักนั้นประกอบด้วย
Euro (EUR), US Dollar (USD), Japanese Yen (JPY), Great British Pound (GBP), Australian Dollar (AUD), และ Swiss Franc (CHF)


            ตัวอย่างกราฟ USD/JPY เป็นสกุลเงินที่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่เทรดกัน เดี๋ยวมาลองเปรียบเทียบกับคู่สกุลเงินที่ไม่ควรเทรด


            เห็นความแตกต่างไหมครับ นี่เป็นกราฟของ CHF/CUC (CHG = Swiss Franc ส่วน CUC = Peso หรือค่าเงินเปโซที่ใช้กันในพวกประเทศ อาร์เจนตินา , ชิลี , เม็กซิโก , คิวบา , โคลัมเบีย เป็นต้น ซึ่งสกุลเงินเปโซนั้นไม่ใช่สกุลเงินหลักที่เทรดกันในตลาด Forex จึงทำให้กราฟที่ออกมาหน้าตาเป็นอย่างที่เห็นในข้างต้น ซึ่งกราฟอย่างนี้ก็ไม่เหมาะสมที่จะเข้าไปเทรด

            จึงอยากแนะนำให้มือใหม่ถ้านึกไม่ออกว่าจะเทรดค่าเงินอะไร ให้ไปดูพวกสกุลเงินหลักๆไว้ก่อน เพราะสกุลเงินเหล่านั้นจะเป็นที่นิยมเทรดกันอยู่แล้ว

ทีมงาน : forexinvestingthai.com

Re-entry strategy

Re-entry strategy


            เป็น Set up ซ้อน Set up อีกทีนึง เข้าใจง่าย แต่มีประสิทธิภาพ โดย Re-entry strategy จะเป็นการเข้าเทรดหลังจาก Set up อะไรก็ได้ที่เราใช้ และเกิด Fail แล้วฟอร์มตัว Set up อีกครั้ง … พูดง่ายๆ คือ เข้ารอบที่ 2 แทนที่จะเข้ารอบแรก

            ซึ่งการ Re-entry หรือเข้าเทรดรอบที่ 2 นั้นจะทำให้โอกาสการชนะมีเพิ่มขึ้นกว่าการเข้าเทรดรอบแรก


ตัวอย่าง Re-entry strategy ของ Set up Pin bar
  1. แท่งเทียนเกิด Bearish pinbar เกิดขึ้น เทรดเดอร์ส่วนใหญ่จะรอ Short หลังจากที่แท่งเทียนถัดมาลงต่ำกว่า Low ของแท่งที่เกิด Bearish pinbar โดยส่วนมากใช้คำสั่ง Sell stop
  2. และเมื่อได้ของ จะตั้ง Stop loss ที่บริเวณ High ของแท่งที่เกิด Bearish pinbar และส่วนใหญ่มักถูกลากไปกิน Stop ก่อนที่จะถึงเป้าหมายการทำกำไร
  3. เกิด Set up ดังกล่าวอีกครั้ง และครั้งนี้เป็นการลงจริง

เทรดเดอร์ส่วนมากพอเทรดตาม Set up แล้วดันเกิด Fail จะงงกับการเทรดนั้น พอ Set up เกิดขึ้นใหม่ก็จะไม่กล้าเข้าเทรด แต่พอช่วงที่ไม่ได้เข้าเทรดนั้นดันไม่ Fail ซึ่งเป็นเหตุการณ์ปกติของเทรดเดอร์ที่ต้องเจอ ถ้าเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพเขาจะเข้าเทรดเพื่อทำตามวินัย แต่หากไม่อยากเจอเหตุการณ์เช่นนี้ การใช้กลยุทธ์ Re-entry ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ดีทีเดียว

กลยุทธ์ Re-entry ประกอบด้วย
  1. Set up การเทรดที่ใช้
  2. ไม่เทรดตาม Set up นั้น
  3. รอจังหวะที่ Set up นั้นถูก stop
  4. ค่อยเข้าเทรดหลังจากที่ราคากลับมาสร้าง Set up อีกครั้ง


ตัวอย่างเงื่อนไขการเข้าเทรดกลยุทธ์ Re-entry
Set up การเทรดที่ใช้ : Pin Bar
กรณีฝั่ง Long (ฝั่ง Short ตรงกันข้าม)
  1. รอจังหวะที่แท่งเทียนเกิด Bullish pin bar
  2. แท่งถัดมาทำ High สูงกว่า Pin bar (Set up ปกติจะเข้าเทรดตรงนี้)
  3. ราคากลับมาทำ Low ต่ำกว่า Pin bar (Set up ปกติจะโดน Stop ตรงนี้)
  4. รอราคาทำ Bullish pin bar อีกครั้ง
  5. ตั้ง Buy order รอเข้าเทรดเมื่อราคาทะลุ High ของ Pin bar ใหม่
ตามตัวอย่างที่กล่าวไว้ช่วงต้น


            ข้อดีของกลยุทธ์นี้เหมาะมากๆ สำหรับคนที่มี Set up การเทรดที่เข้าออกบ่อยๆ (Overtrade) การใช้กลยุทธ์ Re-entry จะมาช่วยลดปริมาณการเทรดลงได้ค่อนข้างเยอะ และกรองเฉพาะการเทรดที่มีประสิทธิภาพ ทำให้โอกาสการชนะเพิ่มสูงขึ้น แต่อย่างไรก็ดี วิธีนี้อาจไม่เหมาะกับ Set up ที่นานๆ เกิดครั้ง เพาะถ้านำมาใช้กลับ Set up ที่นานๆ เกิดครั้ง อาจทำให้เราแทบไม่ได้เทรดเลย อันนี้เทรดเดอร์ก็ควรพิจารณาตามความเหมาะสมด้วยเช่นเดียวกัน

ทีมงาน : forexinvestingthai.com

" Bandwagon effect " ... แห่ตามกระแส

" Bandwagon effect " ... แห่ตามกระแส




ปรากฏการณ์ที่มนุษย์แห่ทำตามกัน , เชื่อตามกัน , ซื้อของตามกัน เพื่อให้อยู่ในกระแสนิยมใน ณ ตอนนั้น โดยไม่ว่าสิ่งที่กำลังตามนั้น ถูก หรือ ผิด แต่เพียงขอแค่ได้ไปตามกระแสนิยม

ในโลกของวงการเทรดเดอร์ก็เช่นกันครับ มีเหล่ากูรู กลุ่มต่างๆ หลายคนตั้งตัวเองเป็นอาจารย์ เป็น Freedom trader มีชื่อเสียงมากมายในวงการ บ้างก็มาเปิดคอร์สสอน จนมีหลายคนตามไปเรียน

ในทุกวงการมีทั้ง ขาว และดำ ... บางคนยอมรับว่าดีจริง แต่บางคนก็เกินไปครับ ... ผมไม่ได้อคติในการเปิดคอร์สนะครับ แต่การถ่ายถอดความรู้ให้กับคนอื่น ควรจะเป็นความรู้ที่ถูกต้อง สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง ไม่ใช่ขนาดตัวเองยังเจ๊งอยู่เลย แต่เอาความรู้ที่เจ๊งๆ ไปสอนคนอื่น ... มันทำให้ความรู้ในวงการเน่าไปกันใหญ่ ... เคยอ่านเนื้อหาหลายๆ คอร์ส พูดเลยว่า .. แม่ง !! .. อย่างงี้ในเนื้อสือทั่วไปก็มี หรือหาเรียนฟรีๆ ใน Internet ตาม Website ต่างๆ หรือตามพวก Youtube ที่มีการสอนการเทรดดีๆเป็นจำนวนมาก

ก็แค่อยากออกมาเตือน ก่อนจะเสียเงินลงเรียนคอร์สต่างๆ ควรจะศึกษาข้อมูลให้ดี ว่าผู้สอนเป็นใครมาจากไหน มีความน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน (อย่าไปตัดสินเพียงเพราะแค่"ความดัง") และควรระมัดระวังการโชว์ การโอ้อวดเกินจริง

เห็นบางคน ลงคอร์สแย่ๆ ต้องเสียทั้งเงิน ทั้งเวลาที่ลงเรียน และทั้งเงิน ทั้งเวลาที่นำไปเทรดจริง

ทีมงาน : forexinvestingthai.com

6 ทริคจากเทรดเดอร์ระดับโลก

6 ทริคจากเทรดเดอร์ระดับโลก

- วิธีการที่จะสร้างผลตอบแทนในระยะยาวได้ คือ ปกป้องเงินทุน และ หาจังหวะเจ๋งๆเข้าเทรด , Stanley Druckenmiller
ปกป้องเงินทุนเป็นสิ่งสำคัญอย่างแรกที่เทรดเดอร์ต้องคำนึง ไม่ใช่ผลตอบแทน

- ฉันจะลด Size การเทรดให้เหลือน้อยที่สุดเมื่อการเทรดของฉันนั้นแย่ , Paul Tudor Jones
Position size ไม่จำเป็นต้องตายตัว ไม่จำเป็นต้องตามหลัก มันยังมีเงื่อนไขของทางอารมณ์อยู่ด้วย ถ้าช่วงไหนเราเทรดแย่ หรือเทรดไม่ดี ความมั่นใจเราจะลดลง ในช่วงนี้เราก็ควรจะลดขนาดการเทรดลง เพื่อรอเรียกคืนความมั่นใจกลับมาให้ได้ก่อน ถึงจะค่อยกลับไปเทรด Size เดิม เพราะอารมณ์นั้นมีผลต่อการเทรดอย่างยิ่ง

- ระบบยิ่งซับซ้อน ยิ่งเกิดขึ้นผิดพลาดได้ง่าย , George Soros
เช่นเดียวกับเครื่องมือทาง Technical ไม่จำเป็นต้องเยอะ ไม่จำเป็นต้องซับซ้อน ใช้ในสิ่งที่เรียบง่าย และมีประสิทธิภาพ ก็เพียงพอต่อการทำกำไรในระยะยาว

- ไม่มีระบบการเทรดไหนที่สามารถทำกำไรได้ 100% ทุกครั้ง , Jesse Livermore
การแพ้เป็นธรรมชาติของการเทรด เป็นสิ่งที่เทรดเดอร์ต้องยอมรับและเข้าใจมัน

 - โอกาสมาไม่บ่อยนัก เมื่อไหร่ที่ฝนกลายเป็นทอง ให้นำถังมารับ ไม่ใช่เอามือมารอง , Warren Buffett
ถ้าจังหวะไหนมั่นใจ ให้ใส่น้ำหนักการเทรดเพิ่มขึ้น

วิธีการวัดความสำเร็จในการลงทุนที่ดีที่สุดไม่ใช่มาจากว่าเราชนะการเทรดเท่าไหร่ แต่คือการที่เราสามารถทำตามแผนการเงินที่เราตั้งเป้าหมายไว้ของเราอย่างมีวินัย ในสุดท้ายไม่ว่าจะช้าหรือเร็วกว่าคนอื่น แต่ต้องมั่นใจว่าเราไปถึงแค่นั้นก็พอแล้ว Benjamin Graham
ต่างคนต่างวิธีการเทรด อย่าไปเทียบผลตอบแทนของเรากับเทรดเดอร์คนอื่น ให้โฟกัสที่แผนของตัวเอง ดูแค่ว่าเราเดินตามแผนที่วางไว้ได้หรือเปล่าแค่นั้น


เครดิต :forexinvestingthai.com

วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2559

หยุดพฤติกรรมการเปลี่ยนกลยุทธ์การเทรด

หยุดพฤติกรรมการเปลี่ยนกลยุทธ์การเทรด

เทรดเดอร์มือใหม่ส่วนมากมักจะมัวแต่นั่งหาระบบที่เทรดที่ดีที่สุด พอเปลี่ยนระบบเทรดไปเรื่อยๆ เพื่อระบบที่สามารถทำกำไรได้ที่ดีสุด แต่เทรดเดอร์มืออาชีพที่สามารถทำกำไรได้อย่างต่อเนื่องมักไม่มานั่งเปลี่ยนระบบเทรด แต่จะนั่งพัฒนาระบบที่ใช้อยู่ให้ดีขึ้น ถ้าใครอยู่ในวงการเทรดเดอร์มานานจะรู้ดีว่าสิ่งนี้เหละคือความจริงที่เกิดขึ้น

กลยุทธ์ กับ บันทึกการเทรด
กลยุทธ์การเทรดนั้นเป็นตัวบ่งชี้ว่าเทรดเดอร์ควรทำอะไร เมื่อไร่ และความเสี่ยงเป็นอย่างไร แต่อย่างไรก็ตามบันทึกการเทรดคล้ายกับการแข่งรถที่เวลาเจอโค้ง แล้วเราชนมันตลอดทุกครั้ง ครั้งแล้วครั้งเล่า และไม่หาเหตุผลว่าทำไมถึงเกิดขึ้น อาจเป็นเพราะยางรถยนต์ , วิธีการเลี้ยว , หรืออาจเป็นเพราะปัญหาอื่นๆ ถ้าคุณไม่หาเหตุผลว่าทำไมถึงเกิดขึ้น คุณก็จะชนมันตลอดทุกครั้งในการเลี้ยง
เหมือนกับการเทรดแหละ บันทึกการเทรดจะเป็นตัวบอกว่า ปัญหาที่เราเทรดแพ้นั้นมาจากอะไร ทำไมถึงเทรดครั้งนั้นผิดพลาด ซึ่งเราสามารถแก้ไขได้ตรงจุด

เหตุผลที่บันทึกการเทรดช่วยพัฒนากลยุทธ์การเทรด
#1 สามารถระบุความผิดพลาดของคุณได้ และเป็นตัวคอยเตือนให้เราไม่กลับไปทำอีก
#2 วิเคราะห์ความผิดพลาดจากผลที่เกิดขึ้นจริง ไม่ได้มาจากการคาดเดา
#3 คำนวณความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ ป้องกันไม่ให้พอร์ตแตก

พยายามหยุดพฤติกรรมเปลี่ยนระบบหรือกลยุทธ์เทรดที่ใช้อยู่ ควรใช้การพัฒนาแทนที่จะใช้การเปลี่ยน คล้ายกับการเล่นกีฬา สมมติเราเริ่มเล่นว่ายน้ำ แล้วก็เปลี่ยนไปเล่นพายเรือ แล้วก็เปลี่ยนไปตีปิงปอง จนสุดท้ายไม่เก่งอะไรสักอย่างเลย การเทรดก็เช่นกัน การเปลี่ยนกลยุทธ์หรือระบบการเทรดเปรียบเหมือนกับการเริ่มต้นใหม่ ต้องนับ 1 ใหม่ ทำให้เสียทั้งเวลาและเงินทุน ดังนั้นควรค่อยๆพัฒนาระบบที่ใช้อยู่ให้ดีขึ้นดีกว่า

ทีมงาน : forexinvestingthai.com

ที่ปรึกษาในการเทรด

ที่ปรึกษาในการเทรด


เทรดเดอร์ที่มีที่ปรึกษาในการเทรดสามารถเป็นตัวช่วยร่นระยะเวลาการฝึกได้เยอะเลยทีเดียว สามารถบอกวิธีการฝึกต่างๆที่เหมาะสมกับเราได้ เนื่องจากตัวที่ปรึกษานั้นเป็นคนที่ผ่านประสบการณ์ในการเทรดมาแล้ว สามารถมองข้อดีและข้อเสียของเราออก ให้บอกได้ว่าเราคุณพัฒนาในจุดใดบ้าง แต่อย่างไรก็ดี เทรดเดอร์คนไหนที่ไม่มีที่ปรึกษาส่วนตัว ไม่เป็นไรครับ บันทึกการเทรดเนี่ยเหละเป็นที่ปรึกษาของเราดีที่สุดแล้ว
ข้อแตกต่างระหว่างครูกับที่ปรึกษา
ครู : สอนแต่ทฤษฎี
ที่ปรึกษา : สอนปฏิบัติจริง
ลักษณะของที่ปรึกษาที่ดี
  • ที่ปรึกษาที่ดีควรปล่อยให้เทรดเดอร์ได้เรียนรู้การผิดพลาด ไม่ควรขัดจังหวะการเทรดในกรณีที่กำลังจะทำผิดวิธี ที่ปรึกษาจะเข้าใจว่าการผิดพลาดที่เกิดขึ้นของเทรดเดอร์นั้นจะเป็นบทเรียนที่สำคัญ ซึ่งเป็นหนึ่งในกระบวนการของการเรียนรู้
  • ที่ปรึกษาที่ดีควรจะรู้ถึงจุดเด่นและจุดด้อยของเทรดเดอร์ จะได้ปรับปรุงแก้ไขในส่วนที่เทรดเดอร์ขาดหายหรือส่วนที่ยังทำได้ไม่ดีพอ
  • ที่ปรึกษาที่ดีควรแนะนำเทรดเดอร์ในสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อมอบเส้นทางการเดินให้เทรดเดอร์เดินไปได้อย่างถูกทาง และคอยให้คอยแนะนำอย่างต่อเนื่อง

อย่างกล่าวในข้างต้นว่าเทรดเดอร์บางคนอาจหาที่ปรึกษาไม่ได้จริงๆ อาจจะหันมาใช้โปรแกรมในการวิเคราะห์การเทรดของตัวเทรดเดอร์เองได้ มีหลาย Website ที่ให้บริการเช่นนี้ ซึ่งจะเป็นตัวช่วยการพัฒนาการเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพให้อย่างถูกต้อง

ทีมงาน : forexinvestingthai.com

ความสำคัญของ “ดอลลาร์สหรัฐ”

ความสำคัญของ “ดอลลาร์สหรัฐ”

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ถือว่าเป็นศูนย์กลางของค่าเงินในโลกทั้งหมด เนื่องจากเป็นที่รู้จักดีอยู่แล้วว่าประเทศสหรัฐ นั้นมีขนาดเศรษฐกิจเป็นอันดับ 1 ของโลก ทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยน และมีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจทั่วโลก ซึ่งการมูลค่าการขึ้นลงของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ นั้นจะมีผลต่อตลาดต่างๆ ทั้งสินค้าโภคภัณฑ์ , ตลาดหุ้น , รวมค่าเงินหลายๆประเทศ รวมมีดูความสัมพันธ์กันว่าแต่ละตลาดเนี่ย เป็นมีความสัมพันธ์กับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ อย่างไร

# ตลาดหุ้น (สหรัฐ) :  ในอดีตค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ กับ ตลาดหุ้นในสหรัฐ นั้นมีทิศทางสวนทางกัน เมื่อดอลลาร์ขึ้น ตลาดหุ้นมักจะปรับตัวลง เนื่องจากการแข็งค่าของค่าเงินดอลลาร์นั้นมีผลต่อกำไรของบริษัทใหญ่ๆทั้งหลายในสหรัฐที่รายได้มาจากการส่งออกเป็นหลัก ค่าเงินในประเทศที่แข็งนั้นทำให้รายได้ของบริษัทลดลง เพราะรายได้จากบริษัทในสหรัฐส่วนมากมาจากการส่งออก จึงเป็นผลให้ค่าเงินดอลลาร์ สวนทางกับทิศทางของตลาดหุ้น
แต่อย่างไรก็ตามหลังปีหลังๆที่ผ่านมา ตลาดหุ้นสหรัฐ กับ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ได้เคลื่อนไหวกลับมาเป็นทิศทางเดียวกัน เนื่องจากผลการทำ QE ทำให้ปริมาณเงินในระบบมีมาก นักลงทุนจึงซื้อทั้งดอลลาร์สหรัฐ และซื้อทั้งหุ้น

# น้ำมัน และ สินค้าโภคภัณฑ์ : ความสัมพันธ์ของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ กับ ราคาน้ำมัน และ สินค้าโภคภัณฑ์ ปกตินั้นเป็นลบอยู่แล้ว เนื่องจาก ราคาน้ำมัน และ ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ อยู่ในรูปของสกุลเงินดอลลาร์เป็นหลักอยู่แล้ว (เช่น ราคาน้ำมัน WTI อยู่ที่ $50 ต่อ barrel เป็นต้น) ถ้าค่าเงินดอลลาร์แข็ง ก็จะส่งผลให้ราคาน้ำมัน และ ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ปรับตัวลดลง

เสริมนิดนึงคือ และถ้ามาเปรียบเทียบความสัมพันธ์ระหว่าง ราคาน้ำมัน กับ ตลาดหุ้น จะเห็นได้ว่ามีทิศทางตรงกันข้ามเช่นกัน เนื่องจากเหตุผลที่ว่า ถ้าหากราคาน้ำมันลดลง ต้นทุนของการผลิต ก็จะปรับตัวลงตาม ส่งผลให้รายได้บริษัทสูงขึ้น บริษัทได้ประโยชน์จากการปรับตัวลดลงของราคาน้ำมัน อีกทั้งผู้บริโภคก็สามารถบริโภคได้มากขึ้น เนื่องจากค่าใช้จ่ายในส่วนของราคาน้ำมันในการขับขี่ลดลงเช่นกัน
# ตลาดเกิดใหม่ (Emerging markets) : ต้องเข้าใจก่อนว่าในการพัฒนาเศรษฐกิจของตลาดเกิดใหม่ต้องอาศัยการกู้ยืมเงินเพื่อมาลงทุนในประเทศ ซึ่งเงินที่กู้ยืมโดยหลักๆนั้นเป็นในรูปของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ การชำระคืนเงินกู้นั้นก็ต้องเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ การที่ดอลลาร์แข็งค่าเงินทำให้หนี้ที่กู้ยืนมายิ่งมีค่าสูงขึ้น เพราะการชำระคืนเงินกู้นั้นต้องใช้ค่าเงินในประเทศเกิดใหม่ ไปแลกเป็นดอลลาร์เพื่อไปชำระเงินกู้

ทีมงาน : forexinvestingthai.com

ความจริงเกี่ยวกับการเทรด

ความจริงเกี่ยวกับการเทรด

ลองมาดูคำพูดเกี่ยวกับความจริงในการเทรด Forex ว่าแต่ละอย่างนั้นเป็นอย่างไร อะไรบ้างที่ทำให้ประสบความสำเร็จในการเทรด และอะไรบ้างที่ทำให้เราไม่ประสบความสำเร็จในการเทรด เรามาดูกันเลยดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง
# ถ้าเป้าหมายทำกำไรของคุณต่ำกว่า 5 pips คุณจะโดนค่า Commissions และ Spread กิน
# เมื่อเกิดความเครียดในการเทรดคุณควรจะหากิจกรรมที่ระบายความเครียดนั้นออกไป เช่น กีฬา , ดื่ม , วาดรูป , หาเพื่อน หรือ อะไรก็ได้
# ถ้าได้ Mentor (ที่ปรึกษา) ในการเทรดที่ดี มันจะทำให้คุณพัฒนาอย่างรวดเร็ว
# สไตล์การเทรดควรจะเข้ากับบุคลิกของคุณ
# ไม่ควรเทรดเกินวันละ 4 ชม.

# การเทรดมากเกินไป เป็นหายนะ
# เมื่อคุณไม่ได้รู้สึกอะไรกับการพลาดการเทรดบางครั้งไป คุณเริ่มเข้าใกล้ที่จะจุดที่สามารถทำกำไรจากการเทรดได้
# การเทรดในช่วงที่มีข่าวสำคัญๆ ไม่ได้แย่เสมอไป เพราะในช่วงนั้นราคาผันผวนก็จริง แต่ความผันผวนนั้นสามารถสร้างประโยชน์ได้อย่างมหาสารได้เช่นกัน เพียงแต่รอตลาดเฉลยความจริงออกมา เราก็แค่อยู่ฝั่งความจริงนั้น
# ปล่อยให้ราคาสร้างรูปแบบราคาก่อน แล้วก็เข้าเทรดรูปแบบนั้น
# ไม่ควรเปลี่ยนระบบการเทรด แต่ควบพัฒนาระบบการเทรดที่ตัวเองใช้อยู่
# ไม่ใช้ Leverage มากเกินไป
# มันเป็นไปได้ที่พอร์ตเล็กๆ จะโตเป็นพอร์ตใหญ่ แต่ไม่ใช่ช่วงข้ามคืน อย่าพึ่งคาดหวังมันจนกว่าคุณจะเทรดอยู่รอดตลอด 5 ปี
# การเทรดบางครั้งก็เร็ว บางครั้งก็ช้า บางครั้งก็พลาด

# ความเสี่ยงในการเทรดต่อครั้ง ควรขึ้นอยู่กับกลยุทธ์การเทรดของคุณ และความเสี่ยงที่รับได้ของคุณเมื่อเห็นพอร์ตสวิง (ประมาณว่า ลบเท่าไร่แต่ยังรู้สึกดีอยู่)
# รู้ว่ากำไรมากจากไหน รู้ว่ากำลังเทรดอะไร รู้ว่าเป้าหมายในอนาคตจะเป็นอย่างไร
# Day trade ไม่ได้ง่ายไปกว่า Swing trade เลย ทั้ง 2 สไตล์นี้ใช้ความสามารถคนละแบบ
# เชื่อความรู้สึกของคุณ ถ้าคุณชอบเทรด … เทรดมัน ถ้าคุณไม่ได้ชอบเทรด … ไปทำอย่างอื่น
# ถ้าไม่รู้จักเจ็บ ก็จะไม่รู้จะโต การแพ้ไม่ใช่สิ่งผิด ไม่มีใครเก่งมาแต่เกิด
# ต้องมีบันทึกการเทรด และทบทวนมัน ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า
# ในปีแรก พยายามเรียนรู้กลยุทธ์หลายๆอย่าง หลายๆตลาด เพื่อหาว่ากลยุทธ์ไหนที่เหมาะสมกับเรา
# การจ้องหน้าจอดูกราฟไม่ได้ช่วยอะไร การทบทวนบันทึกการเทรดเท่านั้นที่จะเป็นตัวพัฒนา

# การเทรดไม่ต้องใช้สติปัญญาที่ดีเลิศ เทรดเดอร์ที่ดีรู้ว่าแค่ใช้แนวคิดง่ายๆ ก็สามารถสร้างกำไรได้ แค่รู้ว่าอะไรทำได้ ไม่มี ego และละเลยต่อสิ่งที่เป็นเรื่องมโน
# ผลลัพธ์ ไม่สำคัญเท่าวิธีการ
# ถ้าอ่านหนังสือเทรดได้แค่ 2 เล่ม ซึ่ง 2 เล่นนั้นควรเป็น Pit bull โดย Marty Schwartz กับ Diary of a professional commodity trader โดย Peter Brandt
# การวางแผนการเทรดให้เป็นกิจวัตรประจำวัน เป็นสิ่งที่เทรดเดอร์มืออาชีพต้องทำ
# เรียนรู้รูปแบบราคาต่างๆ เช่น H&S , Wedges , สามเหลี่ยม ต่างๆ ให้ซึมเข้าไปในหัว มันจะคอยช่วยสร้างกำไรให้เรา
# เชื่อมั่นในความสามารถเรา กลยุทธ์ที่เราใช้

ทีมงาน : forexinvestingthai.com

ขนาดพอร์ตต้องเท่าไหร่

ขนาดพอร์ตต้องเท่าไหร่
เป็นคำถามที่เทรดเดอร์ที่จะออกมาเป็นเทรดเดอร์เต็มตัวว่า ขนาดพอร์ตต้องเท่าไหร่ถึงจะออกมาเทรดอย่างเต็มตัวได้ ขอตอบสั้นๆ ก่อนเลยว่า ต้องใหญ่พอสมควร ถึงจะทำอย่างนี้ได้ เดี๋ยวจะอธิบายว่าทำไม และต้องเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสม
อาชีพเทรดเดอร์คล้ายกับการทำธุรกิจของตัวเองนั่นเหละ แล้วหนึ่งสาเหตุหลักสำคัญที่ทำให้ธุรกิจไม่สามารถดำเนินธุรกิจไปต่อได้นั้นคือ สายป่านไม่พอ หรือ เงินทุนไม่พอนั่นเอง ธุรกิจที่ขนาดใหญ่มักมีความได้เปรียบในเรื่อง Economy of scale (การประหยัดต่อขนาด) ส่วนธุรกิจขนาดเล็กมักเสียเปรียบเรื่องนี้ การเทรดก็เช่นกัน ถ้าโบรกเกอร์คิดค่า Commissions เป็น Spread ออเดอร์ขนาดใหญ่มักจะได้เปรียบเรื่องค่า Commissions ตรงนี้ มากกว่าออเดอร์ขนาดเล็ก
และอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้เทรดเดอร์ที่มีพอร์ตขนาดเล็กมักจะไม่ประสบความสำเร็จ คือ มักจะ Overtrading หรือเทรดเกินตัว เนื่องจากทุกคนที่เข้ามาในตลาด Forex 99% เลยต้องการที่จะรวย ต้องการปั้นพอร์ตให้โตเร็วๆ ต้องการลาออกจากงานประจำ หลายคนเชื่อคำพูดที่ว่า ตลาด Forex สามารถสร้างเงินจาก 1,000 ไปสู่ 100,000 ภายในไม่กี่สัปดาห์ ซึ่งมันไม่ฟังดูตลกมาก ไม่สมเหตุสมผลเลย ถ้าทุกคนทำได้อย่างงี้ ก็รวยกันไปทั้งโลกแล้ว ลองลืมตาตื่นขึ้นมาดูโลกแห่งความเป็นจริง คนที่ทำได้อย่างนี้จะมีสักกี่คน บางทีแค่ 1 ในล้าน เหมือนกับคนถูกหวยรางวัลที่ 1 เรามัวแต่ไปมองคนที่ถูกหวย แต่ไม่เคยหันมามองคนที่ไม่ถูกเลย มีอีกเป็นล้านๆคน ซึ่งถ้าอยากใช้ชีวิตด้วยความตั้งใจ ไม่อาศัยดวง ควรจะอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงมากกว่า
โดยพวกพอร์ตเล็กมักจะชอบเป็นพวก Day trade คิดว่าการเพิ่มจำนวนรอบในการเทรดให้เร็วขึ้นจะเป็นตัวเร่งขนาดพอร์ตให้โตขึ้น แต่ลืมคิดไปว่า ยิ่งเราเทรดมากเท่าไหร่ เรายิ่งเสียค่า Commissions เยอะเท่านั้น

เข้าใจว่าขนาดพอร์ตที่เล็กนั้น ถ้าจะเทรดแบบปลอดภัย การเปิด ปิดแต่ละออเดอร์อาจได้เพียงค่าขนม เช่นรอบละ 50 -100 บาท มันอาจทำให้ดูน้อยนิด เทียบกับงานที่ทำอยู่ไม่ได้เลย ซึ่งที่จะแนะนำคือเราควรเทรดพอร์ตจำลองไปก่อน (Demo account) ตั้งเงินทุนที่เหมาะสมจำลองการเทรด ลองเทรดให้ได้กำไรติดต่อกันสัก 3 เดือน แล้วดูผลงาน ถ้าเราสามารถทำกำไรได้ติดต่อกัน แสดงว่าเราสามารถอยู่รอดในการเทรดได้และ และก็พยายามหาเงินทุนให้มาเท่ากับจำนวนเงินที่เคยเปิดพอร์ต Demo ไว้ตอนแรก
แต่ถ้าคุณไม่สามารถหาเงินทุนที่คุณคิดว่าเหมาะสมได้จริง ๆ มันมีหลายทางเลือก
  1. หาเงินทุน : นำผลงานการเทรดของคุณ ไปเสนอต่อนายทุนต่างๆที่สนใจ
  2. สะสมเงินทุนจากงานประจำ : และพยายามเทรดให้กำไรต่อเนื่องทุกเดือน
  3. ทำธุรกิจอย่างอื่นไปด้วย
  4. สมัครพวก prop firm
  5. เปิดคอร์สสอนต่างๆ
แล้วถ้าคุณจะเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพต้องมีเงินทุนเท่าไร่ถึงจะดี คำตอบมักไม่ตายตัว ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่คุณอยู่และความเสี่ยงที่คุณจะรับได้ เช่นคุณอยู่เมืองไทย ค่าครองชีพก็จะต่ำกว่าอยู่อังกฤษ เป็นต้น คุณอาจตั้งค่าใช้จ่ายของคุณเท่ากับ 1% ต่อเดือนของพอร์ต ให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด และควรมีเงินทุนสำรองให้อยู่รอดประมาณ 6-12 เดือน เผื่อไว้เพื่อสร้างความปลอดภัยในอาชีพ

ทีมงาน : forexinvestingthai.com